Sat. Apr 20th, 2024

ปัญหาใหญ่ของคนเราทุกวันนี้ ฮอตฮิตไม่แพ้เรื่องไหนคือ “เรื่องเงิน” บางครั้งที่อารมณ์เสีย เครียด หรือชีวิตแลดูวุ่นวายก็เพราะเรื่องนี่แหละ เคยอ่านเจอมาว่า การแก้ปัญหาเรื่องเงินให้ดีขึ้นได้ ไม่ใช่ทำงานให้เยอะขึ้น แต่เป็นการลดค่าใช้จ่ายต่างหาก ซึ่งเราเห็นด้วยนะ แต่จะมีคำถามว่า จะให้ลดยังไงก็เป็นหนี้ไปแล้ว กว่าจะหมดก็อีกหลาย 10 ปี

 จริงอยู่การลดค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องที่ยาก แต่หากเราไม่คิดจะเริ่มอะไรเลยวันหน้าจะยากยิ่งกว่า.. หนังสือดี ๆ ราคาไม่แพง มีเนื้อหาแนะนำอยู่ข้างในมากมาย ลองหาที่ถูกใจมาอ่านสักเล่ม มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการลดค่าใช้จ่ายของคุณก็ได้

เรามี 3 เคล็ดลับ รู้เท่าทันการใช้เงินของตัวเองในแบบของเรามาฝาก

1.เขียนสิ่งที่อยากได้แต่ห้ามซื้อภายใน 30 วัน

คุณทำได้ไหม? เราทำได้นะ ด้วยความสัจจริงไม่อิงนิยาย เรื่องของเรื่องคือ เราอยากได้รองเท้าวิ่งยี่ห้อดัง 1 คู่ ทั้งๆ ที่มีอยู่แล้วและยังใช้ได้ปกติทุกอย่าง ด้วยความที่เสพสื่อในกลุ่มวิ่งเยอะเกิน ความอยากจึงบังเกิด แต่เราไม่กล้าซื้อทันทีเพราะราคาสูงมาก เลยจดและเซฟภาพเอาไว้ในมือถือก่อน

จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 2 เดือนแล้ว เราก็ยังไม่ได้ซื้อ เพราะทุกครั้งที่ออกไปวิ่งพร้อมกับรองเท้าคู่เก่า ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้ว่าไม่ดีตรงไหน.. นี่แหละ!! ข้อดีของการจดเอาไว้เพื่อรอการซื้อ ทำให้เราได้คิดซ้ำไปซ้ำมา จนมันไม่เกิดเป็นค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง

2.ห้ามซื้อของสิ้นเปลืองภายใน 30 วัน

เมื่อเราชนะใจตัวเองในข้อ 1 มาได้แล้ว ก็เลยมีความคิดว่า จะลองทำต่อไปอีก 30 วัน โดยเน้นเฉพาะของใช้สิ้นเปลืองเท่านั้น ส่วนอาหารและของจำเป็นใช้ ซื้อไปตามปกติ โดยมีข้อแม้ว่าต้องประเมินความรู้สึกของตัวเองเป็นระยะด้วย ทีนี้ของใหญ่นิดหนึ่ง คืออยากนำเลนส์กล้องไปล้าง เคยถามราคามาแล้ว แอบแพงอยู่เหมือนกัน หากไม่ล้างก็ยังใช้งานปกติ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้องกับประกันใด ๆ แล้ว

แม้เราอยากจะล้างเลนส์มากแค่ไหน ก็ต้องชั่งใจครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างแรกบอกตัวเองว่าไม่จำเป็น อย่างที่สองชีวิตไม่ได้แย่ถ้าไม่ได้นำเลนส์ไปล้าง แต่กลับทำให้เรามีเงินเก็บในเดือนนั้นมากขึ้นด้วยซ้ำไป เอาเป็นว่าบททดสอบนี้ผ่านได้ง่าย ๆ ด้วยคำว่า “ไม่จำเป็น”

3.กำหนดขอบเขตของการใช้จ่ายในทุกเรื่อง

ข้อนี้จะออกแนวกว้าง ๆ ด้วยความเป็นฟรีแลนซ์ จะไม่ค่อยได้ออกไปนอกบ้านอยู่แล้ว กินอยู่กับครอบครัว บางวันหรือบางสัปดาห์แทบจะไม่ได้ควักเงินตัวเองเลย ดังนั้นขอบเขตของเราจะเป็นเรื่องของค่าน้ำมันในการเดินทางมากกว่า เช่น ออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะ ไป-กลับ 50 กิโลเมตร คิดเป็นค่าน้ำมัน 150 บาท หรืออยากไปเดินเที่ยวถนนคนเดิน ก็จะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นอีก

ดังนั้น ส่วนนี้ต้องคอยจำกัดขอบเขตให้ดี เพราะไม่ใช่แค่ค่าเดินทางเท่านั้น ค่าใช้จ่ายจิปาถะก็จะเกิดขึ้นตามมา เราก็แค่ลดความถี่ลงเท่านั้นเอง ส่วนการวิ่งที่สวนสาธารณะก็ลดลง เปลี่ยนมาเวทเทนนิ่งกับอุปกรณ์ที่บ้านแทน

ทั้ง 3 ข้อนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเรารู้ดีว่าการเอาชนะใจตัวเองในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้ ยากพอสมควร แต่พอเริ่มทำ แล้วเริ่มชิน เริ่มเป็นนิสัย ชีวิตของเราจะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปเองโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่เชื่อ ลองดูได้นะ…

ที่มา : cities.trueid.net (ในมุมมอง By.Parichart J.)